พิธีปฐมนิเทศ เปิดการอบรม พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๖/๒๕๕๓

วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศผู้เข้ารับการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมยุต) รุ่นที่ ๑๖ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ที่สถาบันฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดพระศรีมหาธาตุ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

     เวลา ๑๔.๓๐ น. สมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต พร้อมด้วยกรรมการบริหารสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) (สพธต) ผู้เข้าฝึกอบรมพระธรรมทูตรุ่นที่ ๑๖ พร้อมกันที่ห้องประชุม

พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กรรมการบริหาร และหัวหน้าสำนักงานเลขานุการสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ได้ถวายรายงานความว่า  “ขอประทานกราบเรียนเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต, กรรมการมหาเถรสมาคม  องค์ประธานในพิธีที่เคารพอย่างสูง สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) กรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่านรู้สึกสำนึกในพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รุ่นที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ครั้งนี้

          สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ในความอุปถัมภ์ของมหาเถรสมาคม
ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  ได้จัดให้มีการฝึกอบรมพระภิกษุเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศขึ้น  ตั้งแต่  พ.ศ.  ๒๕๓๘  เป็นต้นมา และรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ ๑๖  ประจำปี  พ.ศ. ๒๕๕๓  โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
     ๑.เพื่อเตรียมพระธรรมทูตที่มีคุณภาพ มีศีลาจารวัตรอันดีงาม มีความรู้ความสามารถ
ทั้งในทางโลกและทางธรรม ส่งไปปฏิบัติศาสนกิจประจำวัดต่าง ๆ ในต่างประเทศ
     ๒.เพื่อฝึกอบรมพระธรรมทูตให้มีความสามัคคี มีความมั่นใจในการปฏิบัติศาสนกิจด้านการเผยแผ่ในต่างประเทศ และให้มีหลักการสอนในทางเดียวกันให้มากที่สุด
     ๓. เพื่อสนองงานด้านการเผยแผ่ของคณะสงฆ์และมหาเถรสมาคม
     ๔. เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและรักษาศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก

หลักสูตรที่ใช้ในการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) ใช้เวลาการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น ๓ เดือน โดยแบ่งการฝึกอบรมเป็น ๓ ภาคคือ ภาควิชาการ ภาคนวกรรม และภาคจิตภาวนา ภาควิชาการมีรายวิชาต่าง ๆ ๑๔ วิชาเช่น พระไตรปิฎกสังเขป พุทธปรัชญา ศาสนาทั่วไป ธรรมนิเทศภาษาอังกฤษเป็นต้น ส่วนภาคนวกรรม เป็นการเสริมเพิ่มความรู้ ตลอดถึงการฝึกปฏิบัติในด้านการบูรณปฏิสังขรณ์  วิเคราะห์ และออกแบบโครงสร้าง การวางแผนและจัดการงานก่อสร้างในเบื้องต้น 
               ส่วนภาคจิตภาวนาได้กำหนดให้ปฏิบัติเป็นประจำทุกวันหลังทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น นอกจากนั้นยังมีจิตภาวนาภาคสนาม  โดยออกไปฝึกที่สำนักปฏิบัติวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม เป็นเวลา  ๑๕ วัน  เพื่อให้เกิดประสบการณ์จากสถานที่ที่เหมาะสมแก่การปฏิบัติจิตภาวนาเป็นอย่างยิ่ง
               สำหรับผู้บรรยายรายวิชาและวิทยากรพิเศษ  ได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่าง ๆ อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนา-แห่งชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น  ส่วนการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่าย  โดยได้รับความอุปถัมภ์จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้มีศรัทธาทั้งหลาย  ด้านสถานที่พักและสถานที่ฝึกอบรมพระธรรมทูตนั้น ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ  วัดป่าศิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ  วัดเขาสุกิม  และวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม  อนุญาตให้ใช้สถานที่เป็นอย่างดียิ่ง
               สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ รุ่นที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นี้  มีจำนวน ๕๘ รูป  ประกอบด้วยวิทยฐานะพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ระดับเปรียญเอก ๑ รูป เปรียญโท ๘ รูป และเปรียญตรี ๑๓ รูป แผนกธรรม นักธรรมเอก ๕๘ รูป  ในจำนวนนี้มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก ๑ รูป ปริญญาโท ๒ รูป ปริญญาตรี  ๒๓ รูป  และต่ำกว่าปริญญาตรี ๓๒ รูป  คาดว่าการฝึกอบรมพระธรรมทูตฯ ครั้งนี้ จะได้ผู้เข้ารับการอบรมเป็นพระธรรมทูตที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความมั่นใจ มีศีลาจารวัตรอันดีงามและความสามัคคี อันจะนำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อไป
               อนึ่ง  ในพิธีปฐมนิเทศครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้มอบหมายให้    ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์
www.mbu.ac.th  ให้พระธรรมทูตทั้ง ๔ ทวีป ได้รับชมและร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย 
   
               บัดนี้งานทุกส่วนและผู้เกี่ยวข้องทุกท่านพร้อมแล้ว ขอประทานกราบเรียนเจ้าประคุณสมเด็จฯ  ได้โปรดเมตตา กล่าวเปิดการฝึกอบรมฯ และประทานโอวาทเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ และเป็นสิริมงคล แก่คณะกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารฯ  ตลอดถึงอุบาสก อุบาสิกา ผู้ถวายการอุปถัมภ์ครั้งนี้โดยทั่วกัน

สมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ได้ให้โอวาทกล่าวเปิดการปฐมนิเทศสรุปความว่า “วันนี้เป็นวันเปิดอบรมพระธรรมทูต เบื้องต้นต้องขอขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้เข้ามารับการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ  การเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศนั้นต้องได้รับความลำบากในทุกกรณี เพราะเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยอยู่  มีดินฟ้าอากาศต่างจากประเทศไทย การที่ท่านจะเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่น่ายินดี พวกท่านมีหน้าที่นำพระศาสนาคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปประกาศ เฉพาะในเมืองไทยก็ใช้ความวิริยอุตสาหะพอสมควร แต่พวกท่านสมัครใจไปต่างประเทศเป็นที่น่าอนุโมทนายินดี แม้จะยังไม่ได้ไปจึงกล่าวอนุโมทนาไว้ก่อน
               การเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ตามที่ท่านได้รายงานมาคือให้เป็นผู้มีความรู้ดีและความประพฤติดี ปฏิบัติดี มีความสมัครสมานไม่สร้างความแตกแยกให้หมู่คณะ ส่วนการประกาศพระศาสนาในทางเดียวกันก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องอบรมให้มีความรู้ดีและประพฤติดีจึงเป็นสิ่งที่จะต้องทำในเบื้องต้น หากย้อนไปในสมัยที่พระพุทธเจ้าส่งสาวกไปประกาศพระพุทธศาสนาพระองค์ก็ทรงเน้นที่เรื่องนี้ดังที่ปรากฎในโอวาทปาฏิโมกข์      เป็นเรื่องของศีลการฝึกหัดกายวาจาใจ การฝึกอบรมเน้นที่ความรู้ ความประพฤติ การอบรมจิต ใช้เวลาตั้งสามเดือน มีการฝึกอบรมจิต ที่ผมกล่าวถึงว่าเราต้องมีความประพฤติดีนั้นก็ด้วยการไปประกาศพระพุทธศาสนานั้นเป็นการโน้มนำคนที่ไม่นับถือพระพุทธศาสนาให้เข้ามาก็ด้วยอาศัยศรัทาปสาทะ จะเป็นสิ่งที่น้อมใจเขาได้ ความเลื่อมใสนั้นมีสองเรื่องคือมีความรู้ดีกับความประพฤติดี  

ความรู้ดีก็สำคัญแต่สำคัญน้อยกว่าความประพฤติ คนที่รู้ดีแต่ประพฤติไม่ดีก็ไม่เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาปสาทะ ส่วนคนมีความรู้พอประมาณแต่ประพฤติดีจะเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสได้มากกว่า ดูอย่างพระเถระที่มีความประพฤติดี แต่มีความรู้พอสมควร ชาวบ้านศรัทธาเชื่อถือ นำไปปฏิบัติเช่นหลวงพ่อคูณเป็นต้น เป็นผู้ประพฤติดี ทุกคำพูดเป็นที่ใส่ใจของคนที่ศรัทธาเลื่อมใส ส่วนคนที่ประพฤติไม่ดี แม้จะพูดดีอย่างไรก็ไม่เป็นที่เลื่อมใส ดังที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์ตอนหนึ่งว่า “อนุปวาโท อนุปฆาโต” เป็นเรื่องความประพฤติส่วนตัว พระธรรมทูตต้องมีหลักของพระธรรมทูตแปดประการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในอังคุตตรนิกาย พวกท่านคงรู้ดีแล้ว เพราะทุกท่านมีความรู้กันทุกคน 
               ปัจจุบันนี้การศึกษาหลักของพระพุทธศาสนานั้นไม่ค่อยเน้นกันนัก เรียนก็เรียนเพื่อสอบ แต่ไปเน้นการศึกษาทางโลกเช่นปริยัติสามัญ มหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ดี รู้วิชาโลกรู้ภาษาคนอื่นเข้าใจจะได้อธิบายให้เขารู้เข้าใจได้ เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าในฐานะพระธรรมทูตไปประกาศพระพศษสนา ต้องเข้าใจพระศาสนาคำสอนของพระพุทธเจ้า ต้องประพฤติปฏิบัติให้เกิดขึ้นในตนจึงจะเป็นหลักที่ดี เรามีการฝึกอบรมทั้งที่วัดสิริวัฒนวิสุทธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จังหวัดนครราชสีมา และวัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี ใช้เวลาอบรมพอสมควร การฝึกจิตภาวนาที่สำคัญต้องตั้งใจให้มั่นคงซึ่งเป็นสมาธิที่ต้องอบรม คือแน่วแน่ว่าจะเป็นพระธรรมทูตแล้วต้องขวานขวาย ในเบื้องต้นไม่ใช่หวังว่าจะให้สำเร็จ แต่เบื้องต้นทำให้จิตใจแน่วแน่มั่นคง ไม่ไขว้เขว 
               ในโอกาสที่ได้มาเปิดอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นที่ ๑๖  ขอเน้นเรื่องโอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระศาสนาในเวลาส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา ข้อสำคัญคือขันติธรรม ซึ่งถ้ามีแล้วจะป้องกันภัยได้ทุกอย่าง และเน้นเรื่องความประพฤติส่วนตัว เพราะเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาปสาทะ เมื่อเขาตั้งใจฟัง ใส่ใจฟังประโยชน์ก็จะตามมา เพราะฉะนั้นจึงขอเน้นสามข้อ คือรู้ดี ประพฤติดี สามารถดี
               ขออนุโมทนาท่านทั้งหลายที่เต็มใจมาในทางนี้ ขอให้ฝึกจิตให้มั่นใจ ขออนุโมทนาท่านทั้งหลายและท่านผู้เกี่ยวข้องในการฝึกอบรมให้สำเร็จไปด้วยดี ให้ท่านมีความรู้ความสามารถเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสทุกอารามมีวัดพระศรีมหาธาตุเป็นต้น ตลอดจนวัดทั้สามวัดที่อนุเคราะห์สถานที่ในการฝึกอบรม ขออนุโมทนาท่าน ท ทั้งห้าสิบรูปขอให้ตั้งใจให้ดี ให้มีกสารฝึกอบรมด้วยดีขอเปิดการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นที่ ๑๖ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓
               หลังจากเปิดการฝึกอบรมแล้วพระธรรมเจติยาจารย์  เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุได้กล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศสรุปความว่า “การที่พวกท่านได้รับเกียรติให้เข้ารับการฝึกอบรม คิดว่าท่านทั้งหลายคงเตรียมตัวเตรียมใจมาพอสมควรแล้ว ผมในฐานะเจ้าอาวาสวัดพระศีมหาธาตุขอต้อนรับด้วยความเต็มใจ ขอให้ท่านเตรียมตัวเป็นพระธรรมทูตที่ยิ่งใหญ่ บางสิ่งบางอย่างในต่างประเทศไม่เหมือนในเมืองไทย ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ คือ “ฝึกความอดทน แม้จะมีความรู้มากแต่ขาดความอดทนก็ไม่มีประโยชน์  พระธรรมทูตต้องเตรียมพร้อมเพื่อจะได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ส่วนระเบียบของวัดพระศรีมหาธาตุท่านควรจะปฏิบัติอย่างไร อันนั้นเจ้าหน้าที่วัดพระศรีจะได้ถวายต่อไป มีสติปัญญษเฉียบแหลมมีพลานามัยที่สมบูรณ์ทุกท่านเทอญ

 นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนาได้ถวายความรู้แก่พระธรรมทูตสรุปความว่า ความจริงผมคงไม่มีปัญญาสามารถที่จะให้ข้อคิดมากนัก แต่ในฐานะที่เป็นอธิบดีกรมการศาสนา ผมมีความเห็นสั้นๆว่า พระธรรมทูตเป้นเรื่องล้ำลึกของพระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในดินแดนพุทธิภูมิ แต่ได้เสื่อมหายได้ ภายหลังจึงได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ในขณะนั้นสยามประเทศยังมีพระพุทธศาสนนที่เจริญรุ่งเรือง ส่วนหนึ่งก็ได้รับการช่วยเหลือจากพระภิกษุในประเทศไทย 
               พระธรรมทูตคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า มิใช่จะเผยแผ่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่พระคุณเจ้าทั้งหลายกำลังจะนำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ยังต่างประเทศ พระธรรมทูตจึงมีความสำคัญคือต้องสำคัญในตนเองก่อน สิ่งจำเป้นของพระธรรมทูตผมว่ามีสองเรื่องคือความรู้ในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ท่านต้องรู้ให้ได้สามระดับคือต้น กลาง สูง ต้องอธิบายให้ได้ และเรื่องที่สองคือความรู้และความสามารถ ความรู้หมายถึงรู้ในหลักปฏิบัติต้องสอนเขาได้ ผมทราบมาว่าปัจจุบันทั่วโลกกำลังสนใจศึกษาปฏิบัติสมาธิและจิตภาวนา ความรู้อีกอย่างหนึ่งความรู้ในศิลปวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตของสยามประเทศ อีกอย่างคือสภาพธรรมชาติของประเทศ แม้ไม่มีแผนที่ในมือแต่ก็ต้องสามารถอธิบายให้ชาวต่างประเทศเข้าใจประเทศไทย  
               ความสามารถ พระธรรมทูตไทยต้องแสดงความสามารถให้ชาวต่างประเทศรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด นักอธิบาย วาจาต้องเป็นเลิศเรื่องอื่นเป้นเพียงเรื่องเสริม พระธรรมทูตต้องฝึกตนเองให้มีความชำนาญ  แม้อย่างอื่นจะดีหมดแต่การถ่ายทอดล้มเหลวก็ไม่มีประโยชน์ ความสามรถประการสุดท้ายคือการคบหากัลยาณมิตร แม้จะนับถือศาสนาอื่นก็ขอให้นำเขามาเป้นเพื่อนเป็นกัลยาณมิตรกับชาวพุทธให้ได้

พระเทพโมลี เจ้าคณะเขตดุสิตและอาจารย์สอนวิชากรรมฐานได้แสดงทัศนะสรุปความว่า “ขอแสดงความยินดีที่มีโอกาสรับใช้คณะสงฆ์ทั้งในฐานวิทยากร และเจ้าของสถานที่ที่ให้การอบรมคือวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์(ในพระองค์ฯ) คำว่าวัดในพระองค์หมายถึงท่านเป็นเจ้าของวัด ผมได้ไปสร้างวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นที่ตั้งของเจดีย์ศรีพุทธคยา อาจเรียกว่าวัดพี่เจดีย์น้อง หมายถึงวัดของสมเด็จเจ้าพระพี่นางเธอฯ ส่วนเจดีย์ได้ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ผมไม่ได้มีความรู้อะไรพิเศษ แต่สอนกรรมฐานได้ หนึ่งทำให้ดู ช่วยเขาทำ และร่วมกันทำ ในอดีตพระอัสชิพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักคำยังสามารถนำเอาพระสารีบุตรมาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาได้ ทำไมพระธรรมทูตรุ่นนี้จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับชาวต่างชาติไม่ได้
                จากนั้นพระเทพวราลังการ ผู้ช่วยเจ้อาอวาสวัดพระศรีมหาธาตุ ได้แนะนำวัดพระศรีมหาธาตุและกฎระเบียบของผู้ที่อยู่อาศัยในวัดให้แก่พระธรรมทูตได้รับทราบ
                พระเถรานุเถระจากต่างประเทศเช่นพระกวีวรญาณ เจ้าอาวาสวัดญาณปทีป ประเทศนิวซีแลนด์ ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศ จนกระทั่งเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. จึงได้ปิดการปฐมนิเทศพระธรรมทูตไปต่างประเทศ(ธรรมทูต)รุ่นที่ ๑๖ 

 

MBU_News
http://mbu.ac.th/

 

เพิ่มข้อคิดเห็นใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
เรียกดูใหม่

WWW.DBA16.ORG
พระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธ) รุ่นที่ ๑๖/๒๕๕๓