|
หน้า 1 จาก 3 หน้าที่ของพระธรรมทูตคือการนำเอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่งามในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุดไปแสดงแก่ประชาชนในต่างถิ่น ต่างแดน ต่างชาติ ต่างภาษา แม้หน้าที่การนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปเผยแพร่จะมิได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่เป็นภิกษุเท่านั้น แต่การเป็นพระธรรมทูตเป็นหน้าที่โดยตรงของพระภิกษุผู้เป็น ศาสนทายาทและจะต้องตระหนักว่าเป็นหน้าที่หลักของพระภิกษุและคณะสงฆ์ มนุษยชาติจะได้รับประโยชน์จากพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาได้
กำเนิดพระธรรมทูต
การนำเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ของพระธรรมทูต ผู้เป็นพระธรรมทูตต้องมีความเสียสละบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ดังที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (กันตาจารมหาเถระ) กล่าวว่า “พระธรรมทูตต้องทำงานด้วยความเสียสละไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ต้องตั้งใจทำงานเผยแผ่เพื่อพระพุทธศาสนา โดยไม่คำนึงถึงประเทศใด ชาติใด ภาษาใด ทำงานเพื่อความเจริญของพระพุทธศาสนา” บทความนี้จะนำเสนอกำเนิดพัฒนาการและแนวโน้มของพระธรรมทูตในอนาคต
หลังจากตรัสรู้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงตัดสินพระทัยจะประกาศสัจธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบ ทรงดำริถึงอาฬารดาบส และอุทกดาบส เจ้าลัทธิที่พระองค์เคยอยู่ในสำนักศึกษาเรื่องสมาธิมาก่อน แต่ท่านทั้งสองได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว จึงทรงระลึกถึงเบญจวัคคีย์ที่เคยอุปัฎฐาน พระองค์เมื่อครั้งทรงบำเพ็ญทุกขกิริยา คือ อัญญาโกณทัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ทรงแสดงธรรมจักร คือ การบอก การแสดง การบัญญัติ การแต่งตั้ง การเปิดเผย การจำแนก และการทำให้ตื้นหรือง่าย ซึ่งความจริงอันประเสริฐ คือทุกข์ สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ นิโรธ ความดับทุกข์ และมรรค การปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์ พระอัญญาโกณทัญญะ บรรลุพระโสดาบัน และได้ทูลขอบรรพชาอุปสมบท พระพุทธองค์ได้ทรงประทานอุปสมบทให้ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ จึงนับว่าพระอัญญาโกณทัญญะเป็นพระภิกษุรูปแรกและเป็นพระธรรมทูตรูปแรกในบวรพุทธศาสนาโดยหน้าที่ ส่วนเบญจวัคคีย์ที่เหลือได้บรรลุธรรมในเวลาต่อมา ภายหลังได้ฟังอนันตลักขณสูตร ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ต่อมาทรงแสดงโมเนยยปฏิปทาแก่พระนาลกะเถระที่ออกบวชเป็นดาบสรอคอยการตรัสรู้ของพระองค์ตามคำแนะนำของอสิตดาบสผู้เป็นลุง ต่อมาทรงแสดงธรรมโปรดยสกุลบุตรให้บรรลุอรหัตผลแล้วทรงอนุญาตให้อุปสมบท และสหายของพระยสะ ๔ คน คือ วิมล สุพาหุ ปุณณชิ และควัมปติ และสหายคนอื่น ๆ อีก ๕๐ คน ได้ขอบรรพชาอุปสมบทและได้บรรลุอรหัตผลในเวลาต่อมา กำเนิดพระธรรมทูตชุดแรกขึ้นในพระพุทธศาสนา จำนวน ๖๐ รูป
ส่งพระธรรมทูตชุดแรกออกประกาศศาสนา
ครั้นออกพรรษาแล้ว พระองค์ได้ส่งพระอรหันต์สาวกทั้ง ๖๐ รูป ให้จาริกไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อประกาศพระศาสนา โดยรับสั่งกับภิกษุเหล่านั้นว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ พวกเธอจงเที่ยวจาริกเพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มากเพื่ออนุเคราะห์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าไปทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ ครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยมีอยู่ แต่เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงจักมี”
พระพุทธองค์ทรงส่งพระธรรมทูตชุดแรกออกไปเพเอช่วยทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายที่ยังมีทุกข์ ยังไม่พ้นจากความทุกข์ การแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด คือการแสดงธรรมเกี่ยวกับเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา นับแต่นั้นมา พระพุทธองค์และพระสาวกได้จาริกไปยังคามและนิคมต่าง ๆ เพื่อประกาศพระศาสนา สั่งสอนมหาชนจนมีผู้เลื่อมใสขอบวชเป็นพระภิกษุ บรรลุอริยมรรค อริยผลจนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
พระธรรมทูตออกประกาศพระพุทธศาสนานอกอินเดีย
ประมาณ พ.ศ. ๒๑๘ พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นกษัตริย์ครองเมืองปาฎลีบุตร แคว้นมคธ ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ทรงอุปถัมภ์การทำสังคยนาครั้งที่ ๓ เมื่อทำสังคยนาเสร็จแล้ว พระโมคคัลลีบุตรทราบโดยอนาคตังสญาณว่า ภายภาคหน้าพระพุทธศาสนาจะหารุ่งเรืองอยู่ในชมพูทวีปไม่ แต่จักไปตั้งมั่นรุ่งโรจน์อยู่ ณ ประเทศแว่นแคว้นอื่น ๆ จึงขอพระบรมราชานุภาพของพระเจ้าอโศกมหาราชอุปถัมภ์จัดส่งสมณทูตให้นำพระพุทธศาสนาไปสั่งสอนยังนานาประเทศและแว่นแคว้นอื่น ๆ รายนามสมณทูตที่ปรากฏในปกรณ์บาลี มีดังนี้
๑. คณะพระมัชฌัติติกะ ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา ณ แคว้นกาศมีระและคันธาระ ปัจจุบันได้แก่ ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย กินเข้าไปจนถึงบางส่วนของอัฟกานิสถาน
๒. คณะพระมหาเทวะ ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา ณ แว่นแคว้นมหิสมณฑล ปัจจุบันได้แก่ แคว้นไมซอร์ และดินแดนแถบลุ่มแม้น้ำโคธาวารี อยู่ทางใต้ของอินเดีย
๓. คณะพระรักขิตะ ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา ณ วนวาสีประเทศ ได้แก่ แว่นแคว้นนกนกราเหนือ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย ในมหาวังศะกล่าวไว้ว่า ครั้งนั้นมีวัดทางพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ณ ดินแดนนั้นถึง ๕๐๐ อาราม
๔. คณะพระธรรมรักขิต ท่านผู้นี้เป็นฝรั่งชาติกรีก และดูเหมือนจะเป็นฝรั่งคนแรกที่บวชในพระพุทธศาสนา ได้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ อปรันตชนบท มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นแถวชายทะเลเหนือเมืองบอมเบย์หรือมุมไบในปัจจุบัน
๕. คณะพระมหาธรรมรักขิต ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ แคว้นหมาราษฎร์ ปัจจุบันเป็นดินแดนแถบประวันตกเฉียงเหนือห่างจากเมืองบอมเบย์
๖. คณะพระมหาธรรมรักขิต ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ โยนกประเทศ ได้แก่ แว่นแคว้นของพวกฝรั่งชาติกรีกในทวีปเอเชียตอนกลางเหนือประเทศอิหร่านต่อขึ้นไปถึง เตอร์กีสถาน
๗. คณะพระมัชฌิมะและพระมหาเถระอีก ๔ รูป คือ พระกัสสปะโคตตะ พระมูลกะเทวะ พระทุนทภิสสระ และพระเทวะ รวม ๕ รูป ไปเผยแผ่พระศาสนา ณ แคว้นดินแดนแถบภูเขาหิมาลัย
๘. คณะพระโสณะและพระอุตตระไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ สำหรับสุวรรณภูมินี้นักโบราณคดีมีมติเป็น ๔ สาย คือ พวกหนึ่งเห็นว่าได้แก่แคว้นเล็ก ๆ ในประเทศอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ สายหนึ่งเห็นว่า คือเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย สายหนึ่งเห็นว่า ดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนใต้ของประเทศไทย มติของสองสายหลังเป็นที่ยอมรับกันมากกว่า โดยเฉพาะความเห็นที่ว่า สุวรรณภูมิคือดินแดนตอนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาภาคใต้
๙. คณะพระมหินทเถระไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ เกาะลังกาในรัชสมัยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ พระเจ้าแผ่นดินลังกา และพระมหินทเถระชักนำให้พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา สำเร็จปักหลักของพระพุทธศาสนาได้มั่นคง ณ ประเทศนั้นสืบมาจนปัจจุบัน การส่งพระธรรมทูตของพระเจ้าอโศกมหาราช มีหลักฐานแสดงถุงความสำเร็จที่ชัดเจน ๒ คณะ คือ คณะของพระมหินทเถระ ที่ได้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกา และอีกคณะหนึ่งของพระโสณะเถระและพระอุตตระเถระ เป็นหัวหน้า เดินทางไปสุวรรณภูมิ การส่งพระธรรมทูตในครั้งนี้ถือว่าเป็นการส่งพระธรรมทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้จัด อาจจะเป็นไปได้ว่าอาจจะมีพระธรรมทูตก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้อย่างปรากฏชัดเจน ผลงานของพระธรรมทูตเหล่านี้คงจะเจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ตามหลักฐานที่ปรากฏทางโบราณคดีที่สันนิษฐานว่า มีการสร้างขึ้นในยุคสมัยนั้น
|